Aniki Wood Artisan

Aniki Wood Artisan Woodworking and design

ไม้อัด เป็นไม้ที่หลายๆ คนคิดว่าเป็นไม้ราคาถูก แต่ถ้าเอามาใช้งานโดยรู้ สัจจะของวัสดุ และจุดเด่นของมันก็สามารถเอามาทำงานให...
11/05/2026

ไม้อัด เป็นไม้ที่หลายๆ คนคิดว่าเป็นไม้ราคาถูก แต่ถ้าเอามาใช้งานโดยรู้ สัจจะของวัสดุ และจุดเด่นของมันก็สามารถเอามาทำงานให้ดูมีคุณค่าได้ โปรเจ็คชิ้นนี้ ใช้ไม้อัดที่เรียกว่า Baltic Birch หรือ Full Birch ซึ่งเป็นไม้อัดคุณภาพสูงมาใช้ในการทำงาน
Concept ในการออกแบบคือ ตู้รองเท้าที่ใช้ในคอนโด สำหรับคนวัยทำงานและอยู่คนเดียว สามารถใช้เป็นที่นั่งเพื่อใส่รองเท้าได้ Design นี้ยังสามารถปรับขยายและเพิ่ม Function อื่นเพิ่มเติมได้ตามความต้องการของลูกค้า

ใช้เวลาพอสมควรเลยกว่าจะออกแบบ Logo ของตัวเองได้ จริงๆ มีภาพในหัวอยู่แล้วแต่ขี้เกียจวาดเลยลองให้ AI ลองออกแบบดู ออกมาได้ ...
03/05/2026

ใช้เวลาพอสมควรเลยกว่าจะออกแบบ Logo ของตัวเองได้ จริงๆ มีภาพในหัวอยู่แล้วแต่ขี้เกียจวาดเลยลองให้ AI ลองออกแบบดู ออกมาได้ เกือน 20 แบบ แต่สุดท้ายก็เอาแบบในหัวอยู่ดี
ที่มาที่ไปคือ ด้วยความที่ชื่อ อนิก (ANIK) และเวลาไปบินญี่ปุ่นในสมัยที่ยังทำงานสายการบินอยู่ มักจะแนะนำตัวเองกับแอร์ญี่ปุ่น ว่าชื่อ ANIKI เพราะคำนี้มีความหมายว่า พี่ชาย แต่จะออกแนวๆ นักเลงหน่อยประมาณ ลูกพี่ หรือ พี่ใหญ่ เสียมากกว่า เลยใช้ชื่อนี้มาตั้งเป็นชื่อ Shop ตัวเอง แต่ถ้าแปลตามตัวอักษรตัวแรกแปลว่า พี่ ส่วนตัวหลังแปลว่า มีค่า. ดี. หรือ สูงส่งก็ได้ สรุปว่าก็ความหมายดีแหละ

บทความนี้เป็นบทความซึ่งผมเคยเขียนลงในเพจ เพจนึง ตอนที่ผมเริ่มทำงานไม้จริงจัง ซึ่งการเริ่มต้นจากการทำเขียงเป็นสิ่งที่ทำง่...
28/04/2026

บทความนี้เป็นบทความซึ่งผมเคยเขียนลงในเพจ เพจนึง ตอนที่ผมเริ่มทำงานไม้จริงจัง ซึ่งการเริ่มต้นจากการทำเขียงเป็นสิ่งที่ทำง่ายที่สุด แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวว่าการจะทำอะไรซักอย่าง อย่างน้อยต้องมีความรู้ในสิ่งที่ทำ ก็เลยศึกษเกี่ยวกับไม้ที่ใช้ทำเขียง จากบทความต่างประเทศบวกกับความรู้ของตัวเองบางส่วนเขียนบทความนี้ขึ้นมา

รูปแบบของเขียงจะมีอยู่สองชนิดหลักๆ คือ เขียงแบบ edge grain และเขียงแบบ end grain
เขียงแบบ edge grain นั้นคือ การเอาไม้มาทำเขียงตามแนวยาวของลายไม้ เขียงชนิดนี้ จะมีข้อดีคือ จะมีราคาทีถูกกว่าเขียงแบบ end grain น้ำหนักจะเบากว่าเนื่องจากเขียงไม่จำเป็นต้องหนา ส่วนข้อเสียนั้นคือ เขียงจะเป็นรอยจากการใช้งานได้ง่ายกว่า นอกจากนี้มีดจะเสียคม เร็วกว่าเขียงแบบ end grain
ส่วนเขียงแบบ end grain จะใช้ด้านหัวของไม้มาทำเขียง ให้เข้าใจง่ายๆ คือเอาไม้มาตัดขวาง แล้วด้านตั้งมาทำเขียงแทนด้านนอน เขียงแบบ end grain นั้นจะมีราคาแพงกว่าแบบ edge grain เนื่องจากวิธีการผลิต และ ความหนาของเขียง จึงใช้ไม้ในปริมาณมากกว่า ที่เขียง end grain มีความจำเป็นต้องหนา เนื่องจากกว่าหากเขียงบาง ไม้อาจจะแตก ได้โดยทั่วไปเขียงแบบ end grain นั้นจะต้องมีความหน้า 3.5 cm. ขึ้นไป และควรเป็นไม้เนื้อแข็ง ซึ่งแน่นอนว่า ไม้เนื้อแข็งย่อมแพงกว่าไม้เนื้ออ่อน ข้อดีของเขียงชนิดนี้ คือ เวลาใช้งานเขียงจะเป็นรอยน้อยกว่า มีดจะหมดคมช้ากว่า เพราะหั่นลงไปในร่องของเสี้ยนไม้ แต่ก็มีข้อด้อยตามมา คือ หนัก และราคาสูง
ชนิดของไม้ที่นิยมเอามาทำเขียงนั้น มีทั้งไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง ข้อดีของไม้เนื้ออ่อนคือ ราคาถูก น้ำหนักเบา แต่ด้วยความที่ว่าไม้เนื้ออ่อนนั้น เนื้อไม้ไม่แน่น ดังนั้น เวลาใช้งาน เศษอาหารหรือของเหลวจากวัตถุดิบ จะแทรกเข้าไปอยู่ในเนื้อไม้ ทำให้เป็นที่สะสมของแบคทีเรียได้ รวมถึงรอยที่เกิดจากการหั่นบนเนื้อไม้มักจะลึกเป็นที่สะสมของแบคทีเรียได้เช่นกัน รวมถึงการเกิดเชื้อราก็จะเกิดได้ง่ายกว่า เพราะความชื้นจากการล้างจะแทรกเข้าไปในเนื้อไม้ได้ง่ายกว่า ส่วนไม้เนื้อแข็งนั้นก็ตรงข้ามจากที่กล่าวมาข้างบน คือ น้ำหนักมากกว่า เนื้อไม้แน่น เป็นที่สะสมของแบคทีเรียได้ยากกว่า อายุการใช้งานนานกว่า
ก่อนที่ผมจะพูดถึงไม้ที่นิยมทำเขียงแต่ละชนิดนั้น อยากให้รู้จักกับหน่วยวัดความแข็งของไม้ที่เรียกว่า Janka scale ซึ่งมีหน่ยวเป็น lbf (pound force) ตัวเลขยิ่งเยอะยิ่งแข็งมาก
ไม้ที่นิยมทำเขียงชนิดแรกคือ ไม้ Maple มีหน่วยความแข็งประมาณ 1450 lbf ไม้ชนิดนี้เป็นไม้เนื้อแข็งแต่ก็ไม่แข็งมากจนทำให้มีดทื่อ เนื้อไม้ละเอียด ป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย ความชื้น และคราบต่างๆ ได้ดี แต่เนื่องจากมันเป็นไม้เนื้อขาว ก็อาจจะเห็นคราบบนเนื้อไม้ได้ง่าย และด้วยความที่มันเป็นไม้ที่สูญเสียความชื้นในเนื้อไม้ได้ง่าย มันจึงหดตัวได้ง่าย จึงควรดูแลด้วยการลงน้ำมันบ่อยกว่าปกติ
ไม้ชนิดที่สองคือไม้ Beech หน่วยความแข็งประมาณ 1300 lbf เนื้อไม้ออกสีน้ำตาลอ่อน ถึงสีชมพูอ่อน เนื้อไม้ละเอียดเหมือน Maple ดังนั้นการสะสมของเชื้อแบคทีเรียจึงน้อย แต่ Beech ก็เป็นไม้ที่สูญเสียความชื้นได้ง่ายเช่นกัน จึงต้องหมั่นดูแลลงน้ำมั้น Beech จะมีราคาถูกกว่า Maple
ไม้ Walnut เป็นไม้อีกชนิด ที่นิยมทำเขียงเนื่องจากสีน้ำตาลเข้มของมัน Walnut จะมีความแข็งอยู่ที่ 1010 lbf เนื้อไม้จะไม่ละเอียดเท่า Maple และ Beech แต่การหดตัวของมันจะต่ำกว่า แต่ด้วยความที่ว่ามันเป็นไม้สีเข้ม ทำให้รอยและคราบต่างๆ ในเนื้อไม้่แทบจะมองไม่เห็น แต่ราคาของ Walnut นั้นจะค่อนข้างสูง
ไม้สัก ไม้สักนั้น มีค่าความแข็ง 1070 lbf เมื่อเปรียบเทียบกับสามชนิด ที่กล่าวมาข้างบนนั้น สักจะมีเนื้อไม้ที่ละเอียดน้อยกว่า ทำให้มันเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรก และ แบคทีเรียได้ง่ายกว่า แต่สักมีการหดตัวน้อยกว่าทำให้การดูรักษาง่ายกว่า แต่เนื้อไม้สักนั้นมีแร่ Silica ในเนื้อไม้ค่อนข้างสูง ซึ่งมันจะทำให้มีดหมดคมเร็วกว่าไม้ชนิดอื่น
ไม้ Oak เป็นไม้ที่มีสีน้ำตาลอ่อน ค่าความแข็งประมาณ 1380 lbf เป็นไม้เนื้อแข้งลายไม้ชัดเจน ซึ่งโดยมาผมจะเห็นเขียงไม้ Oak เป็นแบบ end grain ซะส่วนใหญ่เพร่าะ เนื้อไม้ไม่ละเอียด ถ้าทำแบบ edge grain เนื้อไม้จะสะสมแบคทีเรียได้ง่าย
ไม้ Ash เป็นไม้เนื้อค่อนข้างขาวเนื้อไม้คล้ายกับ Oak ค่าความแข็งประมาณ 1320 lbf ก็เหมือนกับ Oak แหละครับ ไม่อยากเขียนซ้ำ
ไม้มะขาม Tamarind เป็นไม้เนิ้อแข็ง กว่าไม้ที่กล่าวมาทั้งหมด มีค่าความแข็งถึง 2690 lbf เนื้อไม้ออกสีขาวถึงน้ำตาล สีไม้ไม่ค่อยเสมอกัน ความละเอียดเนื้อไม้กลางๆ ไม้มะขามโดยมากที่เห็นมันจะเป็นแบบ end grain โดยตัดขวางทั้งต้นเลย ไม้มะขามเหมาะจะเป็นเขียงสับ มากกว่าเขียงหั่นเนื่องจากความแข็งของมัน
ไม้จามจุรีย์ Samanea saman ถือว่าเป็นไม้เนื้ออ่อน มีค่าความแข็งต่ำกว่า 1000 lbf อยู่ที่ 900 lbf (ไม้เนื้อแข็งต้องมีค่าเกินพัน) เนื้อไม้มีสีเหลืองถึงน้ำตาล ความละเอียดของไม้ปานกลาง เป็นไม้ราคาไม่แพง เขียงเป็นรอยได้ง่าย เวลาใช้งาน ต้องดุแลรักษาและทำความสะอาดให้ดี เพราะอาจเป็นที่สะสมของแบคทีเรียได้ง่าย และด้วยความที่เป็นไม้สีเข้มนิดนึง อาจทำให้มองเห็นคราบยากหน่อย
ไม้ยางพารา Parawood ไม้ยางพารา มีค่าความแข็งประมาณ 960 lbs เนื้อไม้หยาบ เป็นไม้เนื้อขาว โดยมากที่เห็นจะเป็นเขียงที่ทำจากไม้ยางพาราประสาน ขอดีคือ มีราคาถูกมาก แต่ด้วยความที่เนือหยาบ จึงเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย และเกิดเชื้อราได้ง่าย เขียงไม้ยางพารา ถ้าเห็นว่าเริ่มมีคราบหรือราก็ควรเปลี่ยนใหม่ เพราะเขียงราคาถูก
ไม้ไผ่ Bamboo มีค่าความแข็งอยู่ที่ 1410 lbf เนื้อไม้ป้องกันน้ำได้ดี น้ำหนักเบา ดูแลง่าย ไม่ค่อยเป็นเชื้อรา โดยมากจะเห็นเขียงแบบ edge grain แต่ถ้าเป็นเขียงแบบ end grain จะมีราคาสูงมาก เนื่องจากขึ้นตอนการผลิตจะยากกว่าไม้ชนิดอื่น
การดูแลเขียงนั้น เมื่อใช้งานเสร็จควรล้างเขียงให้สะอาด ตากลมให้แห้ง ไม่ควรตากแดด เพราะจะทำให้เขียงแห้งเกินไป และไม้อาจจะบิดงอได้ ควรชโลมด้วย White Mineral oil (food grade) บ้าง ขึ้นอยู่กับความบ่อยในการใช้งาน อย่างน้อยก็เดือนละครั้ง สำหรับคนที่ซื้อเขียงราคาแพงมา แล้วเขียงมีรอย ก็สามารถเอากระดาษทรายขัดลบรอยแล้วก็ลงน้ำมัน แค่นี้ก็กลับมาใหม่แล้ว
ภาพประกอบเป็นเขียงที่ผมเคยทำ

ท้าวความนิดนึง พอดีรับงานสร้างและออกแบบโต๊ะงานช่างให้กับ Pumpkin ก็ได้น้องๆ มาช่วยแนะนำและสร้างช่องทาง Social Media และก...
28/04/2026

ท้าวความนิดนึง พอดีรับงานสร้างและออกแบบโต๊ะงานช่างให้กับ Pumpkin ก็ได้น้องๆ มาช่วยแนะนำและสร้างช่องทาง Social Media และการทำคลิปให้ เพราะเป็นคนที่อายุก็แทบจะถูกเรียกว่า "ลุง" ได้แล้ว บอกเลยว่าเรื่องพวกนี้แทบจะใบ้เลย ก็เลยคิดว่าอยากจะทำงานไม้เล็กๆ น้อยๆ เป็นการขอบคุณ ก็เลยทำ Phone Passive Speakers บางทีก็เรียกว่า Phone Amplifier ให้เป็นการขอบคุณ
นี่เป็นคลิปแรกในชีวิตที่ถ่ายเองตัดต่อเองเลยนะเนี่ย 😁😁

เป็นเวลา 20 กว่าปีแล้วที่ผมเริ่มทำงานไม้ จากความหลงไหลในงานไม้ และเริ่มต้นจากงาน DIY ใช้งานเองในบ้าน จนทำเป็นจริงเป็นจัง...
27/04/2026

เป็นเวลา 20 กว่าปีแล้วที่ผมเริ่มทำงานไม้ จากความหลงไหลในงานไม้ และเริ่มต้นจากงาน DIY ใช้งานเองในบ้าน จนทำเป็นจริงเป็นจังและทำเป็นอาชีพ งานทุกชิ้นเป็นงานที่ผมออกแบบเองทั้งหมด เพราะมีพื้นฐานจากการที่จบ Indurstrila Design และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา ก็เลยอยากจะมาแชร์ให้กับคนที่หลงรักในงานไม้เช่นเดียวกัน สำหรับการเดินทางที่ผ่านมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นกับเครื่องมือชิ้นแรก งานชิ้นแรก จนถึงวันนี้และต่อๆ ไป ยินดีต้อนรับสู่ Aniki Wood Artisan ครับ

วันนี้ขอเป็นการโชว์ผลงานที่ผมภูมิใจมากชิ้นนึงก่อนนะครับ งานชิ้นนี้ผมให้ชื่อว่า CheX ซึ่งมาจาก Chest X-ray. จุดเริ่มต้นมาจากเพื่อนคนนึง ซึ่งเคยทำงานด้วยกันสมัยที่ยังเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอยู่ เพื่อนบอกว่าอยากได้โต๊ะเขียนหนังสือ ระหว่างปวดหัวว่าจะออกแบบยังไง ก็เลยพักสมองนั่งอ่านมังงะเกี่ยวกับวงการแพทย์เรื่อง Medical Retun ก็มีรูปฉากเอ็กซเรย์ปอดในเรื่อง ก็เลยเกิดไอเดียร์ขี้นมาจากภาพนั้น

ตัวโต๊ะที่เป็นเป็นซี่ๆ นั้นเปรียบเสมือนซี่โครง ลิ้นชักเปรียบเสมือนปอด และกระจกด้านบนเปรียบเสมือนการมองผ่าน ฟิล์มเอ็กซเรย์ นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ CheX.

สำหรับงานอื่นๆ ที่เคยทำจะค่อยๆ ทยอยลง และงานใหม่ๆ ก็จะมีคลิปขั้นตอนการทำด้วย โปรดรอติดตามครับ

ที่อยู่

Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Aniki Wood Artisanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท