13/03/2026
เข้าชมผลงานศิลปินระดับตำนานและศิลปินร่วมสมัยของไทย ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) พื้นที่สำคัญที่รวบรวมผลงานศิลปะไทยจากหลากหลายยุคสมัย ถ่ายทอดพัฒนาการของศิลปะไทยจากรากวัฒนธรรมดั้งเดิมสู่การตีความร่วมสมัย
ภายในพิพิธภัณฑ์ ชั้น แรก จะพบกับประติมากรรม “ศิลป์ พีระศรี” บิดาแห่งผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปะตะวันตกในประเทศไทย ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาศิลปะร่วมสมัยของไทย ผลงานประติมากรรมเต็มตัวของท่านจัดแสดงในอาคารพิพิธภัณฑ์เพื่อเชิดชูและสะท้อนแนวคิดแบบคลาสสิกที่ผสมผสานกับบริบทศิลปะไทย
ตลอดทั้ง 5 ชั้น จะได้ชมการจัดแสดงผลงานศิลปะหลายรูปแบบของศิลปินแห่งชาติและศิลปินสำคัญหลายท่าน อาทิ
ถวัลย์ ดัชนี - (ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2544) จิตรกรและประติมากรชั้นครูผู้สร้างสรรค์งานศิลปะไทยร่วมสมัยที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยการใช้ฝีแปรงที่ดุดัน รวดเร็ว และพลังทางจิตวิญญาณสูงส่ง ผลงานมักเน้นโทนสีขาว-ดำ-แดง ปรากฏสัญลักษณ์สัตว์ (เช่น พญาอินทรี, ควาย, ม้า) และร่างกายมนุษย์ เพื่อสะท้อนปรัชญาพุทธศาสนา
ศาสตรเมธี นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน - (ศิลปินแห่งชาติ ประติมากรรม พ.ศ. 2549) ศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมที่ติดตั้งในสถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ ออกแบบประติมากรรมนูนสูง ติดตั้งที่สระน้ำภายในบริเวณสวนหลวง ร.9 ,เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม “ปิติสุข” ซึ่งติดตั้งถาวรด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย หรือ MOCA
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ กมล ทัศนาญชลี - (ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรมและสื่อผสม ประจำปี 2540) เป็นศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงระดับสากล ผลงานของท่านมักเป็นการผสมผสานศิลปะไทยดั้งเดิมเข้ากับศิลปะร่วมสมัยและสื่อผสม (Mixed Media)
เดชา วราชุน - (ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ภาพพิมพ์และสื่อผสม ปี พ.ศ. 2550) มีผลงานอันโดดเด่นโดยใช้เทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้ ภาพพิมพ์ซิลค์สกรีน และสื่อผสมที่ใช้วัสดุหลากหลาย เช่น โลหะ ทองแดง และลวด โดยมีเอกลักษณ์การใช้รูปทรงเรขาคณิตและการทับซ้อน
ศาสตราจารย์ ปัญญา วิจินธนสาร - (ศิลปินแห่งชาติด้านจิตรกรรม พ.ศ. 2557) ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติและแนวคิดไตรภูมิผ่านจิตรกรรมไทยร่วมสมัย
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ - (สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ประจำปี พ.ศ. 2554) (ปัจจุบันประกาศลาออกจากการเป็นศิลปินแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.2568) ศิลปินผู้สร้างวัดร่องขุ่น ที่ผสมผสานศิลปะไทยกับแนวคิดร่วมสมัยอย่างโดดเด่นด้วยสีสันที่วิจิตรแต่คงรายละเอียดของลายไทยไว้อย่างเข้มข้น
นอกจากนี้ยังมีผลงานของศิลปินบรมครูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรสิทธิ์ เสาว์คง ผลงาน "ความสงบ" (Serenity) เป็นหนึ่งในผลงานศิลปะไทยร่วมสมัย ที่มีรายละเอียดภายในอุโบสถวัดทางภาคเหนือ สะท้อนอารมณ์ความนิ่งสงบผ่านบรรยากาศแสงเทียนด้วยเทคนิคสีน้ำมัน
อวบ สาณะเสน - ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านสีน้ำมันที่มีเทคนิคหลากหลาย และลักษณะเด่น การใช้สีบาง (Thin Layer) แต่ให้รูปร่างที่แม่นยำการตวัดพู่กันที่รวดเร็วและแม่นยำ มักเป็นแนวภาพหุ่นนิ่ง ไวโอลิน เบญจรงค์, สาวเปลือย, ดอกกุหลาบ, และทิวทัศน์
ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ - โดดเด่นด้วยจิตรกรรมแนวพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่ผสานความศรัทธาเข้ากับปรัชญา ผลงานชิ้นสำคัญคือ "พระโพธิญาณ" (พ.ศ. 2554) ภาพวาดขนาดใหญ่ที่สื่อถึงการตื่นรู้ โดยใช้สีอัลตรามารีนผสานเส้นเรขาคณิต แสดงภาวะแสงและเงา
สมภพ บุตรราช - จิตรกรผู้โดดเด่นด้านภาพบุคคลและลายเส้นอันงดงาม
ประทีป คชบัว ศิลปินแนวเหนือจริงที่ผสมผสานคติธรรมและปรัชญาไทยไว้ในผลงาน
ศาสตราจารย์วิชัย สิทธิรัตน์ - ผู้สร้างสรรค์งานประติมากรรมที่สะท้อนความคิดและมุมมองที่หลากหลาย
อนันต์ ปาณินท์ - จิตรกรผู้ถ่ายทอดความเคลื่อนไหวและความเบาลอยของรูปทรง
และยังพบผลงานของศิลปินไทยร่วมสมัยอีกจำนวนมากในคอลเลกชัน เช่น ลำพู กันเสนาะ, เด่นพงษ์ วงศ์ศรโรจน์, บัณฑิต ผดุงวิชญ์, ปัณณภัณฑ์ ยอดมณี, วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์, อังกริต อัจฉริยโสภณ และ ฟ้าสาง นวอารัญ เป็นต้น
หนึ่งในไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์คือ “ห้องไตรภูมิ” บนชั้น 4 ซึ่งนำแนวคิดปรัชญาพุทธศาสนาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด (กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ) มาถ่ายทอดผ่านจิตรกรรมร่วมสมัยขนาดใหญ่ 3 ภาพ (700 × 300 ซม.) ผลงานของ สมภพ บุตรราช, ปัญญา วิจินธนสาร และ ประทีป คชบัว ที่ร่วมกันสะท้อนมิติของพุทธปรัชญาผ่านภาษาศิลปะได้อย่างทรงพลัง
การเยี่ยมชมครั้งนี้ทำให้นักศึกษาเห็นถึงพลังของศิลปะไทยที่เชื่อมโยงอดีต ความเชื่อ และแนวคิดร่วมสมัยไว้ในพื้นที่เดียวกันอย่างงดงาม