09/08/2022
ทัศนคติดีมากๆค่ะ 😘
“เราเคยเป็นครูในโรงเรียนแห่งหนึ่ง พอเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีออกไป เราถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่แทน ด้วยบทบาทในตอนนั้น เราต้องรับผิดชอบในการเซ็นและนำส่งเอกสารบางอย่าง เวลาผ่านไปถึงรู้ว่าไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ทำให้เกิดความผิดพลาดจนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ตอนเราถูกส่งตัวเข้าเรือนจำก็เพิ่งตั้งท้องลูกคนที่สอง ในใจกลัวผลกระทบเกิดขึ้นกับลูก เลยพยายามไม่คิดอะไรมากแล้วทำตัวให้เป็นประโยชน์ เราเป็นผู้ช่วยครูสอนผู้ต้องขังที่เรียน กศน. จากนักโทษชั้นกลาง เราขยับไปชั้นดี ชั้นดีมาก ชั้นเยี่ยม ทำให้โทษลดมาเรื่อยๆ ข้างในมีการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้วย เรารู้แล้วว่าการที่จะทำอะไรต้องคิดให้ดี และดูให้รอบคอบเสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่เป็นโทษต่อตัวเราเอง พออยู่ในนั้นจนเข้าเกณฑ์พักโทษ เราได้ออกมาโดยติดกำไลอีเอ็ม รวมทั้งหมดติด 2 ปีกว่า
“เราเป็นครูมาสิบกว่าปี ช่วงก่อนเข้าไปในเรือนจำ เราทำงานเป็นครูตอนกลางวัน ด้วยความที่รายได้ไม่มาก ตอนเย็นเราเลยกลับมาขายอาหารหน้าบ้านด้วย ขายยำ แกงเห็ด อบวุ้นเส้น พอวันเสาร์อาทิตย์ เราช่วยแม่ขายขนมไทยที่ตลาดวัดชัยฉิมพลี ทั้งขนมตาล ขนมกล้วย ขนมถ้วย ตื่นกันตั้งแต่ตีสอง ถ้าเป็นวันสำคัญก็ตื่นตีหนึ่ง ตั้งร้านเสร็จสักตีสี่ตีห้าก็เริ่มนึ่งขนม ขายถึงไม่เกินเที่ยงก็กลับบ้าน ช่วงกำลังจะพ้นโทษ เรายังรักอาชีพครู แต่รู้ว่าคงทำไม่ได้แล้ว เลยคิดถึงการค้าขาย แม่ขายของมาตั้งแต่เราเป็นเด็ก ขายก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยวหมู ข้าวโพดปิ้ง ไส้กรอกย่าง ทุกๆ วันเรานอนอยู่ใต้รถเข็นเลย แม่ไม่ได้สอนการทำอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่เราค่อยๆ ซึมซับจากการช่วยทำจนทำได้
“พอเราใกล้จะพ้นโทษ แม่เคยบอกว่า ‘เดี๋ยวออกไปขายขนมกับแม่นะ’ เราปรับตัวอยู่หนึ่งเดือนกว่า พอถอดกำไลอีเอ็ม เราไปช่วยแม่ขายขนมที่ตลาดเหมือนเดิม แต่ช่วงโควิดขายไม่ค่อยดี เราเลยย้ายมาขายหน้าบ้าน อาศัยลูกค้าเป็นคนในหมู่บ้าน ทำให้มีรายได้สองทาง จริงๆ คนที่ทำขนมเก่งคือ ยาย (ยายเกษร) เขาส่งต่อมาที่แม่ (แม่จำรัส) แล้วเราก็ได้รับต่อมา ขนมตาลของยายทำจากตาลแท้ๆ หอม หวาน มัน นุ่ม เราทำกันเองทุกขั้นตอน แต่ไม่ได้ปีนเก็บตาลเอง (หัวเราะ) บ้านยายอยู่ราชบุรี เราซื้อตาลจากสวนเลย แล้วค่อยๆ ยีด้วยมือ เราเคยลองซื้อตาลที่คนยีสำเร็จไว้ ปรากฏว่าเขาผสมแป้ง สี และมะละกอ จนไม่ค่อยมีกลิ่นตาล เราซื้อมะพร้าวที่ขูดแล้วมาคั้นเองเพื่อความหอม ขนมตาลของเราไม่หวานมากและไม่ใส่สารกันบูดเลย
“หลังจากขายไปสักพัก เราเปิดเพจของกรมราชทัณฑ์แล้วเจอโครงการ Hygiene Street Food สร้างโอกาส ที่จัดโดย TIJ (สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย) เป็นการอบรมให้อดีตผู้ต้องขัง ทั้งการทำอาหารและการขายออนไลน์ เราก็สมัครไปแล้วผ่านการคัดลือก ดีแทค เน็ตทำกิน คือหนึ่งในวิทยากร เขาสอนตั้งแต่การสร้างเพจเฟซบุ๊ก การใส่รูปโปรไฟล์ การใส่รายละเอียดสินค้า ถ่ายรูปสินค้าให้น่าสนใจ สอนปักหมุดร้านแล้วมาปักให้ถึงที่เลย หลังการอบรมก็เกิดเพจ ‘ขนมตาล แม่จำรัส’ เราได้เรียนการทำอาหารคาวด้วย เลยมาเปิดร้านชื่อ ‘ลูกชายคาว ลูกสาวหวาน’ หลังจากวันอบรมก็มีไลน์กันไว้ ติดขัดตรงไหนเราก็ถามเลย ถ้าเราทำได้ก็ทำเอง ถ้าทำไม่ได้เขาก็ทำให้ ช่องทางออนไลน์ทำให้คนรู้จักมากขึ้น ร้านของเรามีคนรู้จักเพิ่มขึ้นบ้าง
“ความสุขของเราในตอนนี้ คือขายดี มีรายได้ มีเงินมาเลี้ยงครอบครัว ยังไม่ต้องมีเงินเก็บก็ได้ ขอให้อยู่ได้ในแต่ละวัน ไม่ต้องไปพึ่งพาใครก็พอ เรายังคิดถึงอาชีพครูนะ ถ้ามีโอกาสได้กลับไปทำ เราก็อยากสอนไปด้วยขายของด้วย ชีวิตคงมีความสุขกว่านี้อีก แต่ถ้าตอนนี้ยังไม่ได้ เราจะตั้งใจขายของให้เต็มที่ เริ่มจากทำให้ขนมเป็นที่รู้จัก ช่วงนี้หยุดทำอาหารคาวแล้ว ในอนาคตก็อาจกลับมาทำอีก หาเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ช่วงแรกๆ เราเคยคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วมีคำถามว่า ‘ทำไมต้องเป็นเรา’ แต่ปัจจุบันก็ปล่อยวางแล้ว อยู่กับปัจจุบัน เริ่มต้นชีวิตใหม่ อยู่กับลูกและครอบครัว ถ้าแว้บคิดขึ้นมา เราก็มองหน้าลูกทั้งสองคนแล้วความคิดนั้นจะหายไปเอง (ยิ้ม)”
ขนมตาล แม่จำรัส
-
#มนุษย์กรุงเทพฯxดีแทคเน็ตทำกิน
#ดีแทคเน็ตทำกิน
#ชิมเรียกยิ้ม
‘ชิมเรียกยิ้ม’ เป็นแคมเปญที่ ดีแทค เน็ตทำกิน ร่วมกับ TIJ และ Robinhood ชวนคนที่สนใจมาอุดหนุนอาหารและเครื่องดื่มของผู้ประกอบการที่เคยก้าวพลาดทั้ง 9 ราย ที่นอกจากพัฒนาสินค้าให้ได้คุณภาพแล้ว พวกเขายังใช้เครื่องมือและช่องทางออนไลน์ในการนำเสนอความตั้งใจให้กับลูกค้า ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของแต่ละคน
ติดตามเรื่องราวของคนอื่นๆ ผ่านทุกเมนูที่ลงมือทำด้วยความมุ่งมั่น ที่หน้าเพจเฟซบุ๊ก ดีแทค เน็ตทำกิน ตั้งแต่วันที่ 20 – 30 กรกฎาคมนี้ และ #ชิมเรียกยิ้ม ได้แล้ววันนี้ที่แอปพลิเคชัน Robinhood